คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าตัวเองมีค่าแค่ไหน ?คุณเคยคิดหรือไม่ว่า พวกเรา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Google, YouTube, Skype, MySpace ฯลฯ ได้รับความนิยมและโด่งดังในทุกวันนี้ ในฐานะแค่การเป็นผู้ใช้ แล้วเวบเหล่านั้นให้อะไรตอบแทนพวกเราบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น หลายๆบริษัท ต่างยินดีจ่ายเงินเป็นพันพันล้าน เพื่อเข้าถึงตัวเรา ขณะ เล่นเน็ตให้ได้ แล้วเราได้อะไรจากเงินเหล่านั้นบ้าง
Agloco จึงมีแนวความคิดในการเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทต่างๆกับพวกเรา โดยให้ ทุกคนเป็นเจ้าของชุมชนแห่งนี้ และแบ่งผลกำไรที่ได้จากการร่วมกันสร้าง ให้กับ ทุกคนตามสัดส่วน
สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน
หลังจากที่ผมได้ศึกษาแนวความคิดของ Agloco มาได้ระยะเวลาหนึ่ง ก็เห็นว่า เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นจริงได้ จึงตั้งใจ สนับสนุนให้เกิดขึ้นจริงในไทย เพื่อให้เกิดรูปแบบของเศรษฐกิจแบบใหม่ที่เรียกว่า Economic Network นั่นก็คือ ทุกคน ในเครือข่าย เป็นตัวจักรในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ
Google เคยสร้างความแปลกใจในการให้บริการเวบค้นหาอันทรงพลัง พร้อมกับการโฆษณาที่เป็นตัวอักษร ซึ่งไม่มีใครคิดว่า จะเป็นผล และสร้างผลกำไรเท่าไหร่นัก เวลาผ่านไปไม่นาน กูเกิ้ลได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แนวความคิด AdWords , AdSense เป็นอะไรที่ทำได้ และสร้างผลกำไรมหาศาลให้กับกูเกิ้ล และมีการแบ่งผลกำไรบางส่วนให้กับ ผู้ที่นำโฆษณาไปติดในเวบไซต์ ซึ่งมีส่วนในการสร้าง Economic Network ของกูเกิ้ล
Agloco จึงหยิบเอาแนวความคิดเดิม จาก AllAdvantage ที่ให้ทุกคนติดตั้งโปรแกรมเล็กๆที่แสดงโฆษณา แล้วแบ่งปันรายได้มาให้ ซึ่งในอดีตผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง จากการคำนวนการเติบโตของผลกำไรกับการเติบโตของสมาชิกไม่เหมาะสม ซึ่งในขณะนั้น ก็ได้ จ่ายเงินให้กับสมาชิกไปแล้วกว่า 8,000 ล้านบาท ก่อนปิดตัว
มาคราวนี้ Agloco นำบทเรียนที่มีค่ามาปัดฝุ่นใหม่ พร้อมความมั่นใจยิ่งขึ้น และได้ประกาศขายแนวความคิดไปทั่วโลก โดยให้ พวกเราเชิญชวนเพื่อนๆ มาร่วมกันสร้าง Economic Network แห่งนี้้ โดยให้แต่ละคนไปสื่อสารกันในภาษาของตนเอง
หลายๆคนที่เคยหารายได้จากการเล่นอินเทอร์เน็ต ทั้งการเป็นตัวแทนขายสินค้า การคลิกแบนเนอร์ การอ่านอีเมล์ หรือ เปิดโฆษณาทิ้งไว้ บางคนอาจพบกับประสบการณ์ที่ไม่ประทับใจมามาก ทำให้ไม่มั่นใจและหมดศรัทธาว่าแนวความคิดนี้ จะเป็นจริงขึ้นมาได้ ผมก็แนะนำว่า ให้รอดูสักพัก เพื่อให้เกิดความมั่นใจแล้วจึงเข้าร่วม
ส่วนคนที่เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องรอ เพราะเราไม่ได้เสียอะไรมากมาย นอกจากค่าไฟและค่าอินเทอร์เน็ต ที่ต้อง จ่ายอยู่แล้ว และการตัดสินใจเร็ว ย่อมหมายความว่า เรามีโอกาสเป็นบุคคลแรกๆในการสร้างสังคมนี้
เพราะคุณคือคนสำคัญ : มีใครทราบหรือไม่ว่าผู้ใช้กลุ่มแรกๆของ Skype คือใครบ้าง กลุ่มที่ยอมเจ็บปวดกับบริการที่ยังไม่นิ่งและแนะนำเพื่อนให้ใช้ มีใครเคยรู้หรือไม่ว่ากลุ่มคนที่ยอมโพสต์ภาพถ่ายวีดิโอขนาดใหญ่เข้าไปใน YouTube แล้วบอกเพื่อนให้เข้ามาดูคือใครบ้าง และมีใครเคยรู้จัก กลุ่มคนที่มาเขียนเรื่องราวของตัวเองใน MySpace แล้วบอกให้ใครต่อใครเข้าไปดูกันบ้าง
คำตอบคือ ไม่มี แต่ขณะนี้ เจ้าของเวบไซต์ดังที่กล่าวมา ต่างร่ำรวยไปกับการขายเวบไซต์หรือโฆษณาอย่างฉุดไม่อยู่ แล้วบุคคล ที่ร่วมกันทำให้เวบเหล่านั้นมีมูลค่าไปอยู่ตรงไหน คำตอบคือ ไม่รู้ ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่สาบสูญเหล่านั้น
แต่ Agloco ปฏิญาณตนว่า Agloco เป็นแค่ผู้ดำเนินการหรือบริหารเท่านั้น พนักงานทุกคนไม่ใช่เจ้าของเวบไซต์ แต่ทุกคนคือ เจ้าของ Economic Network แห่งนี้ ที่ร่วมกันสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้น แล้วผลกำไรที่ได้ จะถูกนำมาแบ่งปันกันตามสัดส่วนอย่าง ยุติธรรม
หลอกกันหรือเปล่า : ไม่หลอก - เพราะนี่ ไม่ใช่สปายแวร์ ไม่ใช่ป๊อปอับ หรือ สแปม - แค่คุณ สมัครสมาชิกแล้วติดตั้งโปรแกรม ซึ่งล้วนแล้วแต่ฟรี และสมาชิกทุกคนคือเจ้าของ AGLOCO ดังนั้น การรักษาข้อมูลส่วนตัว ของสมาชิก จึงเป็นหัวใจสำคัญของ AGLOCO ที่จะไม่นำไปขายหรือจ่ายแจก และเหนือสิ่งอื่นใด เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เพียงแค่สมัครสมาชิก คุณก็จะเป็นเจ้าของ AGLOCO โดยปริยาย ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีความเสี่ยงใดๆ "โอกาสดีมักมากับคนที่พร้อมเสมอ"
www.agloco.com/r/BBBD0001
Tuesday, March 13, 2007
Short Term
Short Termคือ การจัดอันดับเว็บไซต์ระยะสั้น ที่ต้องใช้ในงานเฉพาะกิจ และหลังจากจบงานนั้นๆก็เลิกรากันไป...วิธีการทำ SEO Short Term นี้เนื่องจากต้องการความรวดเร็วในการจัดอันดับและไม่ค่อยมีความมั่นคงเท่าที่ควร จึงนิยมใช้ในงานที่มีระยะเวลาที่ชัดเจน และวิธีการจัดอันดับก็จะเป็นไปในทาง BlackHat (หมวกดำ:ฝ่ายอธรรม)โดยวิธีการทำ SEO วิธีนี้จะมีอยู่หลายรุปแบบเช่น- Hidden & Invisible Text, Layer, Table- DoorWays Page- Page Jacking- Meta Tag Spamming- & etc.,ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นวิถีทางที่ผิด แต่สามารถช่วยให้ประสบผลสำเร็จ(ในการติด Search Engine) ได้โดยง่ายแต่อยากจะฝากถึงท่านที่ใช้วิธีนี้ว่า สามารถช่วยให้ประสบผลสำเร็จได้ แต่จะไม่นั่งยืนอย่างแท้จริง!!Mid Termคือ วิธีการจัดอันดับเว็บไซต์ระยะกลาง วิธีนี้เหมาะสำหรับเว็บไซต์ส่วนตัว หรือต้องการผสมผสานในงานที่สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่องโดยวิธีการจัดอันดับระยะกลาง (SEO Mid Term) นี้ มักจะนำเทคนิคทั้งของ Short Term และ Long Termมาผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดความแต่ต่างอย่างมั่นคงLong Termคือ วิธีการจัดอันดับเว็บไซต์ระยะยาว วิธีนี้เหมาะสมหรับเว็บหน่วยงาน หรือเว็บไซต์ที่มีการเพิ่มมูลค่าและต้องการความยั่งยืนในการดำเนินการหากท่านสังเกตุหลายๆ เว็บที่ล้มหายตายจากไปหลังจาก Forida Update ท่านจะสามารถเข้าใจถึงการจัดอันดับแบบระยะยาว..ได้อย่างดียิ่งวิธีการนี้ก็จะมีอยู่หลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น- Keyword Density- Blogging- RSS (XML) Implement- Tag Important (H1, Title, Bold, Intalics, Underline)- Content is KINGและการ Optimize Web Server เพื่อรองรับการทำงานของฐานข้อมูลต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น Mod_Rewrite ของ Apache เป็นต้น
blog กับ seo สัมพันธ์กันอย่างไร
1. บล็อกช่วยให้ทำ SEO ได้ง่ายขึ้นจากข้อมูลเบื้องต้นของการทำ SEO ที่เคยอ่าน ๆ มา ผมพบว่า keyword มีส่วนสำคัญสำหรับการทำ SEO โดย keyword ต่าง ๆ ที่เราใช้เป็นเป้าหมายในการทำ SEO นั้น ต้องมีแทรกอยู่ในหลาย ๆ ส่วนของหน้าเว็บไซต์ของเรา เช่นใน Title, ใน url, ใน meta tag, ในชื่อไฟล์ , ในหน้าเว็บไซต์ โอ๊ย เยอะครับ
คราวนี้กลับมามองอีกมุมนึงบ้าง เมื่อลักษณะเด่นของ blog คือการที่เราสามารถเขียนบทความใหม่ๆ ขึ้นมาได้สะดวกมากขึ้น โดยบทความเหล่านั้น เป็นตัวอักษร (Text) นั่นเอง ซึ่งจะเป็นตัวเอื้อประโยชน์ให้กับ Search Engine ในการค้นหา keyword ต่าง ๆ ที่อยู่ในบทความของเราเหล่านั้นนั่นเอง
2. SEO ช่วยโปรโมทบล็อกบล็อกก็เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการโปรโมทบล็อก ก็หลีกเลี่ยงไมได้ที่จะต้องทำ SEO ควบคู่ไปด้วย อย่างที่บอกในข้อ 1 ไปแล้วว่า เราได้ประโยชน์จากบล็อกในเรื่องตัว keyword ในบทความ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพียงแค่เขียนบทความ ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์เราพร้อมสำหรับการทำ SEO เราจึงต้องเลือกสรร keyword ที่เราต้องการทำ SEO ใส่ไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น title, url, meta tag , ชื่อไฟล์ เหล่านั้นด้วยครับ
คราวนี้กลับมามองอีกมุมนึงบ้าง เมื่อลักษณะเด่นของ blog คือการที่เราสามารถเขียนบทความใหม่ๆ ขึ้นมาได้สะดวกมากขึ้น โดยบทความเหล่านั้น เป็นตัวอักษร (Text) นั่นเอง ซึ่งจะเป็นตัวเอื้อประโยชน์ให้กับ Search Engine ในการค้นหา keyword ต่าง ๆ ที่อยู่ในบทความของเราเหล่านั้นนั่นเอง
2. SEO ช่วยโปรโมทบล็อกบล็อกก็เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการโปรโมทบล็อก ก็หลีกเลี่ยงไมได้ที่จะต้องทำ SEO ควบคู่ไปด้วย อย่างที่บอกในข้อ 1 ไปแล้วว่า เราได้ประโยชน์จากบล็อกในเรื่องตัว keyword ในบทความ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพียงแค่เขียนบทความ ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์เราพร้อมสำหรับการทำ SEO เราจึงต้องเลือกสรร keyword ที่เราต้องการทำ SEO ใส่ไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น title, url, meta tag , ชื่อไฟล์ เหล่านั้นด้วยครับ
Sunday, March 11, 2007
Blog คืออะไร
Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเองใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถแตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เจ้าของบล็อกจะเป็นคนที่ถนัดในด้านไหน ก็มักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
และจุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจากการเขียนเป็นงานอดิเรกของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูลตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนกระทั่งเรื่องราวของการประชุมระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ที่สำคัญอย่างแท้จริง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ที่มีรูปแบบเนื้อหาเป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเองใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถแตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เจ้าของบล็อกจะเป็นคนที่ถนัดในด้านไหน ก็มักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
และจุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจากการเขียนเป็นงานอดิเรกของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูลตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนกระทั่งเรื่องราวของการประชุมระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ที่สำคัญอย่างแท้จริง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ที่มีรูปแบบเนื้อหาเป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
Friday, March 9, 2007
การจ่ายเงินของ Google AdSense
Google จะจ่ายเงินให้คุณก็ต่อเมื่อคุณมีรายได้ครบ 100$ เมื่อคุณมีรายได้ประมาณ 50$ ทาง Google จะส่ง PIN มาให้คุณ ทางจดหมาย ตามที่อยู่ที่ได้สมัครไว้ ให้คุณนำ PIN นั้นกรอกในข้อมูลของคุณ โดยมีวิธีการทำดังต่อไปนี้ การกรอกข้อมูล PIN1. หลังจาก Login เข้าระบบจะเห็นข้อความYou payments are currently on hold. Action is required to release payment Click here for details ให้คลิกที่ Click here for details2. ที่ Required Action ให้คลิกที่ Please enter your PIN3. ใส่หมายเลข PIN ของคุณ แล้วคลิก Submit PIN
การกรอกข้อมูล TAXคุณต้องกรอกข้อมูลภาษี ถ้าคุณไม่กรอกก็ไม่มีทางที่จะได้รับเงินจาก Google ถึงแม้จะได้ครบ 100$ แล้วก็ตาม โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ (ผมไม่ได้จับรูปมาให้ดู กลัวเป็นการผิดกฎของ Google เดี๋ยวเงินที่ได้ทั้งหมดจะหายในพริบตา)
1. หลังจาก Login เข้าระบบ ให้ไปที่ My Account >> Tax information
2. Or, use this wizard to fine the correct form : Are you a U.S. person (for example a U.S. corporation,........................... )? ให้เลือก No แล้วคลิก Continue >>
3. Do you have U.S. Activities related to you participation in AdSense?ให้เลือก No (certity no U.S. Activities) แล้วคลิก Continue >>
4. ใส่ชื่อของคุณลงในช่อง Signature of Publisher ........... (เค้าจะถือว่าเป็นลายเซ็นต์ ของคุณ) จากนั้นให้ คลิกที่ Submit information
เลือกวิธีการรับเงินแนะนำว่าให้คุณรับเป็นเช็คครับ โดยให้คุณเข้าไปแก้ไขหรือ เลือกวิธีการรับเงินที่ My Account ในส่วนของ Payment Details [edit] ให้คลิกที่ edit แล้วเลือกวิธีการรับเช็ค ซึ่งจะมีอยู่ 2 วิธี คือ • Check - Standard Delivery * คุณไม่ต้องเสียอะไรเลยใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ • Check - Secured Express Delivery ($24.00 Processing Fee) คุณต้องเสียค่าธรรมเนียม 24$ ใช้เวลา 1 สัปดาห์ เมื่อเลือกวิธีการการชำระเงินแล้วให้คลิกที่ Continue >> จากนั้นจะเข้าสู่หน้า Payment Currency (Check - Standard Delivery) ให้คุณเลือกครับว่าจะรับเงินเป็น US Dollars หรือ Thai Baht (ผมเลือกเป็น Thai Baht ครับ ) ที่ในส่วนของ Checks will be made out in: เมื่อเลือกแล้วให้คลิกที่ Save changes
ที่สำคัญข้อมูลที่อยุ่ของคุณต้องถูกต้องด้วยนะครับ เพราะ Google จะส่งเช็คมาให้ตามที่อยู่ตามที่ได้กรอกไว้ ถ้าคุณต้องการแก้ไขข้อมูลก็ให้คุณเข้าไปแก้ไขที่ My Account ในส่วนของ Payee Information [edit] ให้คลิกที่ edit จากนั้นให้ทำการแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ให้ถูกต้อง แล้วคลิกที่ Save changes
** หมายเหตุ คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับเงิน และประเทศได้
จากนั้นให้รอสัก 2-3 สัปดาห์ Google ก็จะส่งเช็คมาถึงเรา ให้คุณนำเช็คนั้น ไปขึ้นเงินทีธนาคาร
การกรอกข้อมูล TAXคุณต้องกรอกข้อมูลภาษี ถ้าคุณไม่กรอกก็ไม่มีทางที่จะได้รับเงินจาก Google ถึงแม้จะได้ครบ 100$ แล้วก็ตาม โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ (ผมไม่ได้จับรูปมาให้ดู กลัวเป็นการผิดกฎของ Google เดี๋ยวเงินที่ได้ทั้งหมดจะหายในพริบตา)
1. หลังจาก Login เข้าระบบ ให้ไปที่ My Account >> Tax information
2. Or, use this wizard to fine the correct form : Are you a U.S. person (for example a U.S. corporation,........................... )? ให้เลือก No แล้วคลิก Continue >>
3. Do you have U.S. Activities related to you participation in AdSense?ให้เลือก No (certity no U.S. Activities) แล้วคลิก Continue >>
4. ใส่ชื่อของคุณลงในช่อง Signature of Publisher ........... (เค้าจะถือว่าเป็นลายเซ็นต์ ของคุณ) จากนั้นให้ คลิกที่ Submit information
เลือกวิธีการรับเงินแนะนำว่าให้คุณรับเป็นเช็คครับ โดยให้คุณเข้าไปแก้ไขหรือ เลือกวิธีการรับเงินที่ My Account ในส่วนของ Payment Details [edit] ให้คลิกที่ edit แล้วเลือกวิธีการรับเช็ค ซึ่งจะมีอยู่ 2 วิธี คือ • Check - Standard Delivery * คุณไม่ต้องเสียอะไรเลยใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ • Check - Secured Express Delivery ($24.00 Processing Fee) คุณต้องเสียค่าธรรมเนียม 24$ ใช้เวลา 1 สัปดาห์ เมื่อเลือกวิธีการการชำระเงินแล้วให้คลิกที่ Continue >> จากนั้นจะเข้าสู่หน้า Payment Currency (Check - Standard Delivery) ให้คุณเลือกครับว่าจะรับเงินเป็น US Dollars หรือ Thai Baht (ผมเลือกเป็น Thai Baht ครับ ) ที่ในส่วนของ Checks will be made out in: เมื่อเลือกแล้วให้คลิกที่ Save changes
ที่สำคัญข้อมูลที่อยุ่ของคุณต้องถูกต้องด้วยนะครับ เพราะ Google จะส่งเช็คมาให้ตามที่อยู่ตามที่ได้กรอกไว้ ถ้าคุณต้องการแก้ไขข้อมูลก็ให้คุณเข้าไปแก้ไขที่ My Account ในส่วนของ Payee Information [edit] ให้คลิกที่ edit จากนั้นให้ทำการแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ให้ถูกต้อง แล้วคลิกที่ Save changes
** หมายเหตุ คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับเงิน และประเทศได้
จากนั้นให้รอสัก 2-3 สัปดาห์ Google ก็จะส่งเช็คมาถึงเรา ให้คุณนำเช็คนั้น ไปขึ้นเงินทีธนาคาร
วิธีเอา Code Google AdSense ไปติดที่เว็บคุณ ?
อันดับแรกให้คุณ Login เข้า Google AdSense ก่อนที่ https://www.google.com/adsense เมื่อ Login เข้า Google AdSense เป็นที่เรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ AdSense Setup จะมี Ads ให้เลือก 3 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ
• AdSense for contentการนำโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณไปติด (Contextual Advertising) สำหรับ AdSense for content มีตัวเลือก 2 ตัวย่อย คือ - Ad unit : โฆษณาที่มีทั้งข้อความ และ รูปภาพ โดยโฆษณานั้นจะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณ- Link unit : โฆษณาที่มีลักษณะเหมือนลิงค์ โดยโฆษณานั้นจะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณ เช่นกัน • AdSense for searchการนำช่องค้นหา (Search Box) ไปติดไว้ที่เว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเว็บไซต์ได้ทั่วโลก หรือจะค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณเท่านั้นก็ได้ และเช่นกัน คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของช่องค้นหาให้มีความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างไม่ยาก คุณจะได้รายได้จากการคลิกเว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ ของผลการค้นหาที่แสดงออกมาจากการค้นหา
หมายเหตุ สำหรับ Site language ให้เลือกเป็นภาษา English , Your site encoding ให้เลือก Unicode (UTF-8) นะครับ
• Referrals การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Gogle เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำสำหรับ Referrals มีตัวเลือก 4 ตัวย่อย คือ - Google AdSense : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครต่อจากคุณ แต่ผู้สมัคคนนั้น ๆ ต้องได้ 100$ คุณก็จะได้ 100$ เช่นกัน (แต่ได้ครั้งเดียวใน 180 วัน)- Google AdWords : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครใช้บริการ Google AdWords จากเว็บของคุณ คุณจะได้ 20$ เมื่อผู้ใช้บริการ Google AdWords นั้น ๆ ใช้บริการของ Google AdWords ครบ 100$- Firefox : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน - Picasa : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Picasa จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Picasa มาก่อน
เมื่อคุณต้องการ Ads ตัวไหนไปติดที่เว็บของคุณก็ให้คลิกไปที่ Ads นั้น ๆ แล้วทำตามขั้นตอนที่ Google แนะนำ เมื่อได้ code ก็นำไปติดไว้ที่เว็บของคุณ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามแก้ไข Code นั้น ๆ โดยด็ดขาด
ข้อกำหนดในการวาง Google AdSense • Ad unit ไม่เกิน หน้าละ 3 จุด• Link unit ไม่เกินหน้าละ 1 จุด• Search Box ไม่เกินหน้าละ จุด • Referrals ไม่เกินหน้าละ 4 จุด โดยห้ามซ้ำกัน
คุณสามารถนำ Code ไปติดไว้ที่เว็บใด ๆ ก็ได้ถ้าเป็นเว็บของคุณ มี 10 เว็บก็ติดได้ทั้ง 10 เว็บครับ
• AdSense for contentการนำโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณไปติด (Contextual Advertising) สำหรับ AdSense for content มีตัวเลือก 2 ตัวย่อย คือ - Ad unit : โฆษณาที่มีทั้งข้อความ และ รูปภาพ โดยโฆษณานั้นจะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณ- Link unit : โฆษณาที่มีลักษณะเหมือนลิงค์ โดยโฆษณานั้นจะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณ เช่นกัน • AdSense for searchการนำช่องค้นหา (Search Box) ไปติดไว้ที่เว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเว็บไซต์ได้ทั่วโลก หรือจะค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณเท่านั้นก็ได้ และเช่นกัน คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของช่องค้นหาให้มีความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างไม่ยาก คุณจะได้รายได้จากการคลิกเว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ ของผลการค้นหาที่แสดงออกมาจากการค้นหา
หมายเหตุ สำหรับ Site language ให้เลือกเป็นภาษา English , Your site encoding ให้เลือก Unicode (UTF-8) นะครับ
• Referrals การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Gogle เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำสำหรับ Referrals มีตัวเลือก 4 ตัวย่อย คือ - Google AdSense : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครต่อจากคุณ แต่ผู้สมัคคนนั้น ๆ ต้องได้ 100$ คุณก็จะได้ 100$ เช่นกัน (แต่ได้ครั้งเดียวใน 180 วัน)- Google AdWords : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครใช้บริการ Google AdWords จากเว็บของคุณ คุณจะได้ 20$ เมื่อผู้ใช้บริการ Google AdWords นั้น ๆ ใช้บริการของ Google AdWords ครบ 100$- Firefox : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน - Picasa : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Picasa จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Picasa มาก่อน
เมื่อคุณต้องการ Ads ตัวไหนไปติดที่เว็บของคุณก็ให้คลิกไปที่ Ads นั้น ๆ แล้วทำตามขั้นตอนที่ Google แนะนำ เมื่อได้ code ก็นำไปติดไว้ที่เว็บของคุณ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามแก้ไข Code นั้น ๆ โดยด็ดขาด
ข้อกำหนดในการวาง Google AdSense • Ad unit ไม่เกิน หน้าละ 3 จุด• Link unit ไม่เกินหน้าละ 1 จุด• Search Box ไม่เกินหน้าละ จุด • Referrals ไม่เกินหน้าละ 4 จุด โดยห้ามซ้ำกัน
คุณสามารถนำ Code ไปติดไว้ที่เว็บใด ๆ ก็ได้ถ้าเป็นเว็บของคุณ มี 10 เว็บก็ติดได้ทั้ง 10 เว็บครับ
Google Adsense คืออะไร
Google Adsense คืออะไร
Google AdSense คือบริการจาก Google ที่ให้ผู้ที่มีเว็บไซต์ สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง ซึ่ง Code นั้นจะเป็น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้น ๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่นถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ส่งมาจาก Google ก็อาจเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม,สายการบิน เป็นต้น
โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้น ๆ มีทั้งแบบ Text ,รูปภาพ และมีหลายขนาด ให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ
แล้วโฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากไหน ??? หลายคงอาจสงสัย โฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากการทำ Google Adwords ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่ให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องการขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ โฆษณาสินค้าของตนเอง ผ่าน Search Engine ของ google รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ ที่นำ Google Adsense ไปติด เพื่อให้โฆษณาของตนเองอยู่ในตำแหน่งที่เด่น (เมื่อ Search ใน Google) กว่าข้อมูลอื่นที่ได้ผลลัพท์จากการค้นหา
รายได้จาก Google AdSense จะเกิดตอนไหน
จะมีอยู่ 2 กรณีครับคือ
• จ่ายเมื่อคลิก (Pay Per Click)
เมื่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คลิกที่โฆษณาของ Google AdSense ซึ่งแต่ละคลิกจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำ Google Adwords จ่ายให้ Google มากน้อยเท่าไร ถ้าจ่ายให้มากคุณก็จะได้มากด้วยเช่นกัน
• จ่ายเมื่อแสดงโฆษณา (Pay Per Impression)
อันนี้จะจ่ายให้คุณเมื่อมีการแสดงโฆษณา ครบ 1,000 ครั้ง โดยไม่นับว่าจะมีคนคลิกกี่ครั้งก็ตาม คุณจะไม่ได้รายได้จากการคลิก
นอกจากโฆษณาต่าง ๆ แล้ว การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Gogle เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำนั้นด้วยซึ่งมีอยู่ดังต่อไปนี้
- Google AdSense : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครเป็นสมาชิก ต่อจากคุณ แต่ผู้สมัคคนนั้น ๆ ต้องได้ 100$ คุณก็จะได้ 100$ เช่นกัน (แต่ได้ครั้งเดียวใน 180 วัน)
- Google AdWords : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครใช้บริการ Google AdWords จากเว็บของคุณ คุณจะได้ 20$ เมื่อผู้ใช้บริการ Google AdWords นั้น ๆ ใช้บริการของ Google AdWords ครบ 100$
- Firefox : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน
- Picasa : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Picasa จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Picasa มาก่อน
- AdSense for search : คุณจะได้เงินมีคนมาใช้ Googel Search Box จากเว็บของคุณ แล้วคลิกโฆษณาผลลัพท์ที่ได้จากการ Search นั้น ๆ (เว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ จะอยู่ด้านบน เป็นกรอบที่เด่นชัด)
ทีนี้ก็รู้จัก Google AdSense กันแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง อยากทำกันบ้างหรือเปล่า ??
วิธีลงทะเบียนทำอย่างไร
ข้อมูลที่ต้องกรอกในการสมัครWebsite URL: [?] ใส่ชื่อเว็บของคุณ ตัวอย่างเช่น http://clickmoney9.blogspot.com/Website language: เลือกภาษา ให้คุณเลือกเป็น English ครับAccount type: [?] เลือกประเภทของเว็บคุณ ว่าเป็นเว็บส่วนตัว หรือเว็บเกี่ยวกับธุรกิจCountry or territory: เลือกประเทศ ในที่นี้เลือกประเทศไทยครับPayee name (full name): ใส่ชื่อผู้รับเงิน** หมายเหตุ คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับเงิน และประเทศได้ หลังจากที่คุณสมัคร ให้ดูดี ๆ ว่ากรอกถูกต้องหรือไม่
Address line 1: , Address line 2 (optional): ใส่ที่อยู่
City: แขวง/ตำบล
State, province or region: จังหวัด
Zip or postal code: รหัสไปรณีย์
Phone: เบอร์โทรศัพท์ เช่น 02-2345868 ก็ให้กรอก 6622345868 หรือ 04-0077562 ก็เป็น 6640077562
Fax (optional): เบอร์ FaxEmail preference: ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกครับ (อันนี้ Google จะส่งข้อมูลข่าวสาร รวมถึงทิปต่าง ๆ มาให้คุณครับ)Product(s): [?] ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกทั้ง 2 อันเลยครับ ทั้ง AdSense for Content และ AdSense for Search Policies ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกทั้งหมดเลยครับ อันนี้เป็นข้อตกลงของ Google เช่น จะไม่คลิกโฆษณาบนเว็บของตัวเอง หรือให้คนอื่นคลิก ,ไม่โฆษณาในเว็บที่ไม่เหมะสม ลามกอนาจาร เป็นต้นEmail address: ใส่อีเมล์ของคุณ
Password: ใส่รหัสผ่าน (7 ตัว หรือมากกว่านั้น)
Re-enter password: ใส่ รหัสผ่าน ซ้ำอีกครั้ง
** หมายเหตุ ข้อมูลของคุณต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
เมื่อกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ครบแล้วให้คลิกที่ Submit Informationหลังจากนั้นให้คุณไปเช็คอีเมล์ที่ได้สมัครไว้ เพื่อยืนยัน เมื่อยืนยันแล้วให้รอประมาณ 2-3 วัน เพื่อ Google ตรวจสอบข้อมูลของคุณ และจะส่งอีเมล์มาแจ้งว่าคุณสมัครผ่านหรือไม่ ถ้าคุณผ่านการสมัครแล้ว ก็ให้อ่าน วิธีเอา Code ไปติดที่เว็บคุณ ต่อนะครับ
เว็บไซต์ที่ Google ห้ามไม่ให้สมัคร (ถึงสมัครไปก็ไม่ผ่าน)• ความรุนแรงต่อต้านบุคอื่นกลุ่มหรือองค์กร• Hacking• Spam Keyword • เว็บไซต์การพนัน• โฆษณาทำเพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย• เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ • สิ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้ บุคคลที่สามมาแสวงหาผลประโยชน์• อาวุธสงคราม• ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล• บุหรี่• การปลอมแปลงสินค้า• เวปที่โกหกหลอกหลวง • เว็บลามกอนาจาร
Google AdSense คือบริการจาก Google ที่ให้ผู้ที่มีเว็บไซต์ สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง ซึ่ง Code นั้นจะเป็น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้น ๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่นถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ส่งมาจาก Google ก็อาจเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม,สายการบิน เป็นต้น
โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้น ๆ มีทั้งแบบ Text ,รูปภาพ และมีหลายขนาด ให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ
แล้วโฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากไหน ??? หลายคงอาจสงสัย โฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากการทำ Google Adwords ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่ให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องการขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ โฆษณาสินค้าของตนเอง ผ่าน Search Engine ของ google รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ ที่นำ Google Adsense ไปติด เพื่อให้โฆษณาของตนเองอยู่ในตำแหน่งที่เด่น (เมื่อ Search ใน Google) กว่าข้อมูลอื่นที่ได้ผลลัพท์จากการค้นหา
รายได้จาก Google AdSense จะเกิดตอนไหน
จะมีอยู่ 2 กรณีครับคือ
• จ่ายเมื่อคลิก (Pay Per Click)
เมื่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คลิกที่โฆษณาของ Google AdSense ซึ่งแต่ละคลิกจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำ Google Adwords จ่ายให้ Google มากน้อยเท่าไร ถ้าจ่ายให้มากคุณก็จะได้มากด้วยเช่นกัน
• จ่ายเมื่อแสดงโฆษณา (Pay Per Impression)
อันนี้จะจ่ายให้คุณเมื่อมีการแสดงโฆษณา ครบ 1,000 ครั้ง โดยไม่นับว่าจะมีคนคลิกกี่ครั้งก็ตาม คุณจะไม่ได้รายได้จากการคลิก
นอกจากโฆษณาต่าง ๆ แล้ว การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Gogle เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำนั้นด้วยซึ่งมีอยู่ดังต่อไปนี้
- Google AdSense : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครเป็นสมาชิก ต่อจากคุณ แต่ผู้สมัคคนนั้น ๆ ต้องได้ 100$ คุณก็จะได้ 100$ เช่นกัน (แต่ได้ครั้งเดียวใน 180 วัน)
- Google AdWords : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครใช้บริการ Google AdWords จากเว็บของคุณ คุณจะได้ 20$ เมื่อผู้ใช้บริการ Google AdWords นั้น ๆ ใช้บริการของ Google AdWords ครบ 100$
- Firefox : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน
- Picasa : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Picasa จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Picasa มาก่อน
- AdSense for search : คุณจะได้เงินมีคนมาใช้ Googel Search Box จากเว็บของคุณ แล้วคลิกโฆษณาผลลัพท์ที่ได้จากการ Search นั้น ๆ (เว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ จะอยู่ด้านบน เป็นกรอบที่เด่นชัด)
ทีนี้ก็รู้จัก Google AdSense กันแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง อยากทำกันบ้างหรือเปล่า ??
วิธีลงทะเบียนทำอย่างไร
ข้อมูลที่ต้องกรอกในการสมัครWebsite URL: [?] ใส่ชื่อเว็บของคุณ ตัวอย่างเช่น http://clickmoney9.blogspot.com/Website language: เลือกภาษา ให้คุณเลือกเป็น English ครับAccount type: [?] เลือกประเภทของเว็บคุณ ว่าเป็นเว็บส่วนตัว หรือเว็บเกี่ยวกับธุรกิจCountry or territory: เลือกประเทศ ในที่นี้เลือกประเทศไทยครับPayee name (full name): ใส่ชื่อผู้รับเงิน** หมายเหตุ คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับเงิน และประเทศได้ หลังจากที่คุณสมัคร ให้ดูดี ๆ ว่ากรอกถูกต้องหรือไม่
Address line 1: , Address line 2 (optional): ใส่ที่อยู่
City: แขวง/ตำบล
State, province or region: จังหวัด
Zip or postal code: รหัสไปรณีย์
Phone: เบอร์โทรศัพท์ เช่น 02-2345868 ก็ให้กรอก 6622345868 หรือ 04-0077562 ก็เป็น 6640077562
Fax (optional): เบอร์ FaxEmail preference: ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกครับ (อันนี้ Google จะส่งข้อมูลข่าวสาร รวมถึงทิปต่าง ๆ มาให้คุณครับ)Product(s): [?] ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกทั้ง 2 อันเลยครับ ทั้ง AdSense for Content และ AdSense for Search Policies ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกทั้งหมดเลยครับ อันนี้เป็นข้อตกลงของ Google เช่น จะไม่คลิกโฆษณาบนเว็บของตัวเอง หรือให้คนอื่นคลิก ,ไม่โฆษณาในเว็บที่ไม่เหมะสม ลามกอนาจาร เป็นต้นEmail address: ใส่อีเมล์ของคุณ
Password: ใส่รหัสผ่าน (7 ตัว หรือมากกว่านั้น)
Re-enter password: ใส่ รหัสผ่าน ซ้ำอีกครั้ง
** หมายเหตุ ข้อมูลของคุณต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
เมื่อกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ครบแล้วให้คลิกที่ Submit Informationหลังจากนั้นให้คุณไปเช็คอีเมล์ที่ได้สมัครไว้ เพื่อยืนยัน เมื่อยืนยันแล้วให้รอประมาณ 2-3 วัน เพื่อ Google ตรวจสอบข้อมูลของคุณ และจะส่งอีเมล์มาแจ้งว่าคุณสมัครผ่านหรือไม่ ถ้าคุณผ่านการสมัครแล้ว ก็ให้อ่าน วิธีเอา Code ไปติดที่เว็บคุณ ต่อนะครับ
เว็บไซต์ที่ Google ห้ามไม่ให้สมัคร (ถึงสมัครไปก็ไม่ผ่าน)• ความรุนแรงต่อต้านบุคอื่นกลุ่มหรือองค์กร• Hacking• Spam Keyword • เว็บไซต์การพนัน• โฆษณาทำเพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย• เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ • สิ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้ บุคคลที่สามมาแสวงหาผลประโยชน์• อาวุธสงคราม• ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล• บุหรี่• การปลอมแปลงสินค้า• เวปที่โกหกหลอกหลวง • เว็บลามกอนาจาร
Subscribe to:
Posts (Atom)
